ค่ายหนอนหนังสือ

Beauty of War



The Beauty of War สงครามในแง่งาม 2546/2003
มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) ได้รับเชิญจากโครงการ Children’s Cultural Caravan 2003
ภายใต้การดูแลของ Buro for Kultur-und Medlenprojekt
เล็งเห็นความสำคัญกิจกรรมด้านเยาวชน ที่ให้เยาวชนได้แสดงออกถึงวัฒนธรรม
อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษาที่เป็นความภาคภูมิใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนในโลกที่สาม ผ่านการนำเสนอด้านความคิดสร้างสรรค์
ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแสดงละคร การเล่นดนตรี หรือละครหุ่น
ตัวแทนเยาวชนดังกล่าว จึงได้มาร่วมกันแสดงและถ่ายถอดเรื่องราวบทเรียนชีวิตของตนเอง
โดยมีมูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) ทำหน้าที่อำนวยการและกำกับการแสดง
The Beauty of War สงครามในแง่งาม
Where have all the young man gone?
Long time passing.
Where have all the young man gone?
Long thme ago.
Where have all the young man gone?
Gone to be soldier everyone.
Where will be ever learn?
When will be ever learn?
เรื่องราวการเดินทาง การเรียนรู้ และการต่อสู้

เพื่อแสวงหาตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มสาว 9 ชีวิต
สะท้อนเรื่องราวผ่านภาพชีวิตในอดีต ที่หล่อหลอมขึ้นด้วย
ค่านิยม ทัศนคติ และสังคมแวดล้อม
อันเจ็บปวดถึงวันนี้พวกเขาเหล่านั้น ยืนอยู่ที่ใด ร่วมหาคำตอบได้
ในละครเรื่อง“The Beauty of War สงครามในแง่งาม”

โครงการการเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ปี1



โครงการการเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ปี 1 2548/2005
ละครการศึกษา "เรื่องนี้วินาทีเดียว"
เนื่องด้วยองค์การ Save the Children UK
( สำนักงานภูมิภาคฯองค์การช่วยเหลือเด็กแห่งสหราชอาณาจักร)
และมูลนิธิสื่อชาวบ้าน ( มะขามป้อม) เล็งเห็นความสำคัญในการให้
ความรู้เรื่องเอดส์ต่อเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่เริ่มมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อ
การติดเชื้อเอชไอวี จึงได้ร่วมมือเพื่อจัดทำโครงการ
การเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ในโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
หลังจากที่ได้ดำเนินงานโครงการในพื้นที่
อำเภอตะกั่วป่า คุระบุรี และท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
ในเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ปี 2548 และในปี 2549
เพื่อเป็นขยายผลโครงการ จึงได้ดำเนินงานขยายผลต่อ
ในพื้นที่อำเภอเมือง กะเปอร์ และกิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง
และอำเภอเมือง กะทู้ และถลาง จังหวัดภูเก็ต

โครงการการเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ปี2



โครงการการเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ปี 2 2549/2006
ละครการศึกษา "เรื่องนี้วินาทีเดียว"
สถานการณ์ปัญหาเรื่องเอดส์ในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะในเยาวชนและชุมชน เนื่องจากสภาพการณ์ที่เป็นจริง
ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง และด้วยบริบททางวัฒนธรรมในบางชุมชน
ทำให้การเรียนรู้เรื่องเอดส์เป็นเรื่องยากลำบาก เช่น ในชุมชนมุสลิม
รวมถึงภายหลังจากเหตุการณ์พิบัติภัย สึนามิ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างใหญ่หลวงในชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงกับเหตุการณ์
มีส่วนผลักดันให้สถานการณ์เรื่องเอดส์ มีความเสี่ยงสูงมากยิ่งขึ้น
โครงการการศึกษาเรื่องเอดส์ในโรงเรียน เป็นการร่วมกันระหว่าง
การให้การศึกษา การป้องกัน ทักษะชีวิต การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง
และการสร้างความเข้าใจเรื่องการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท
ซึ่งจะเป็นการนำพาตนเองออกจากสถานการณ์เสี่ยง
ที่ไม่ได้มีเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นักเรียนตระหนักว่า
พฤติกรรมเสี่ยง เป็นหนทางนำไปสู่การใช้ชีวิตที่เป็นอันตราย
การให้การศึกษาเรื่องเอดส์ จึงมิได้เป็นเพียงการให้ความรู้
แต่ยังเป็นการสร้างความสนใจในกลุ่มเยาวชน
และด้วยนวัตกรรมการศึกษา ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน
ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เช่น ศิลปะ ละคร กีฬา เป็นต้น
ดังนั้นกิจกรรมการเรียนรู้ จึงประกอบไปด้วย การสร้างความเข้าใจในตนเอง
ความสัมพันธ์ ทักษะชีวิต และเรื่องราวรอบตัวในชีวิต
เพื่อก่อให้เกิดการคิดอย่างมีวิจารณญาณด้วยตนเอง

โครงการสันติวิธีในวิถีชุมชน



โครงการสันติวิธีในวิถีชุมชน 2548 /2005
“ สันติวิธีในวิถีชุมชน” เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารเพื่อ
สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้สังคมไทยโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
เพราะชุมชนถือเป็นหน่วยหนึ่งของสังคมซึ่งในปัจจุบันความขัดแย้ง
ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การหันกลับมามองตนเอง ศึกษาและ
ทำความเข้าใจภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชนที่ก่อให้เกิดสันติสุขในอดีตเช่น
การจัดการความขัดแย้งเรื่องทรัพยากร (น้ำ) ในภาคเหนือ ก็จะมี แก่เหมือง แก่ฝาย
ภาคอีสานมีเรื่องของเจ้าโคตร ภาคใต้ที่เป็นมุสลิมมีการออกกฏชุมชน ” ฮุกุมฟากัต”
ซึ่งเป็นกฏกติกาในการพิจารณาตัดสินข้อขัดแย้งของชุมชนเป็นต้น
ชุมชนก็จะได้องค์ความรู้และเครื่องมือในการจัดการปัญหาความขัดแย้ง
ด้วยสันติวิธีเพิ่มขึ้นและในการดำเนินงานครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักควร
เป็นเยาวชนเพราะ “ เยาวชน” ถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา
ในแง่ที่ว่าเยาวชนเป็นพลังสำคัญในฐานะกลไกของการเปลี่ยนแปลง ( change agent )
และเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจและห่วงใยของครอบครัว ชุมชนและสังคม
การทำงานโดยมุ่งเน้นกลุ่มเยาวชนเป็นช่องทางในการพัฒนาตัวเยาวชนเองให้มี
ความรู้ความเข้าใจในแนวทางสันติวิธี โดยมุ่งสำรวจจากสิ่งที่ตนมีอยู่
และการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มอื่นๆเช่น จัดเวทีแลกเปลี่ยน
ระหว่างแกนนำเยาวชนมุสลิมและกลุ่มเยาวชนในเขตภาคเหนือตอนบน
จึงเท่ากับเป็นการสร้างให้เยาวชนมีเครื่องมือในการเรียนรู้
และการสื่อสารเพื่อการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธีในชุมชน
และสังคมของตนเพิ่มขึ้นไปด้วยพร้อมกัน

โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ 3

โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ 2



โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ ปี2 2549
ในโลกปัจจุบัน “ สื่อ” เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งในการกำหนดวิถีชีวิต
และความเป็นอยู่ของคนในสังคมยุคใหม่ สื่อส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้ในทางธุรกิจ
มากจนเกิดกระแสบริโภคนิยมในสังคม ที่มุ่งเน้นความสะดวกสบาย สวยงาม
รวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน และกระตุ้นให้เกิดรสนิยมนิสัยที่หรูหราฟุ่มเฟือยมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดจึงเป็นองค์ประกอบหลักหนึ่งของการดำเนินการ
สร้างยอดประกอบการเพิ่มยอดขายและมูลค่าทางธุรกิจ
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของสินค้าและบริการนั้นคล้อยตามจนเกิดพฤติกรรม
การบริโภคในตัวผลิตภัณฑ์และการบริการดังกล่าว
โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อดำเนินงานโดยกลุ่มละครมะขามป้อม
ภายใต้การสนับสนุนของแผนงานเยาวชนสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้สู่สุขภาวะ(ยสส .)
ซึ่งได้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างและส่งเสริมให้นักเรียนตระหนัก
ถึงอิทธิพลของสื่อโฆษณาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
และการส่งเสริมให้นักเรียนสามารถผลิตสื่อเพื่อเป็นเครื่องมือในการรณรงค์
ขยายแนวคิดในประเด็นของการรู้เท่าทันสื่อภายในโรงเรียนและบุคคลใกล้เคียง
รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องสื่อโดยมีกลุ่มเป้าหมาย
คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่
1. โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี
2. โรงรียนสตรีวัดระฆัง
3. โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์
4. โรงเรียนศึกษานารีวิทยา
5. โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

ตะวัน พระจันทร์ ดวงดาว



ละครเพลงนิทานซิมโฟนี่
หุ่นเงา "ตะวัน พระจันทร์ ดวงดาว"

แสงสว่างจากประภาคาร



หุ่นเงา "แสงสว่างจากประภาคาร"
เรือเดินสมุทรพุ่งชนหินโสโครกกลางทะเล เพราะประภาคารที่ตั้งอยู่บนหินโสโครก
ม่มีแสงสว่างเตือนภัยแก่ผู้สัญจรทางทะเลแต่อย่างใด มีผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่ง
ได้พยายามทำให้ประภาคารกลับมามีแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง

ลิเก "ลิขิตนาคา"



ลิขิตนาคา The Message
ตำนานความผูกพันระหว่างนาคและชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์
ที่กำลังเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้นหรือ
ลิเกแนวทดลองที่พัฒนาจากละครพื้นบ้าน "นาคะวงศ์" อันเป็นผลผลิตร่วมกัน
ของศิลปินจากกัมพูชา ลาว และไทย ในโครงการแลกเปลี่ยน
ศิลปการแสดงละครพื้นบ้าน เอเชียในลุ่มน้ำโขงซึ่งดำเนินการโดยมะขามป้อมในปี 2548

เหลียวหลัง แลหน้า



เหลียวหลัง แลหน้า ตุลง ตุลา
บทหนึ่งแห่งชีวิตของวีรชนเดือนตุลาผู้หมุนวงล้อประวัติศาสตร์
บทเรียนแห่งการสูญเสียอันเป็นอุทาหรณ์ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เพื่อให้ย่างก้าวต่อไป

ของประชาธิปไตยไทยเป็นก้าวใหม่ที่งดงาม

มาลัยมงคล



มาลัยมงคล

มาลา กับ มาลี
สองหนุ่มสาววัยรุ่น ที่เสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน
วิญญาณของพวกเขาทั้งสองได้พานพบกับ พระมาลัย
ท่านจึงนำวิญญาณของทั้งสองท่องไปในวรรค์และนรก
วิญญาณของทั้งสองได้พานพบกับเหตุการณ์บนสวรรค์
ที่ช่างคล้ายคลึงกับโลกมนุษย์ ที่ทั้งสองเคยพบกันในอดีตชาติในที่สุด
ทั้งสองต่างพบว่าต่างได้มีส่วนทำให้กันและกัน ตกนรก
เมื่อคิดได้จึงสงบสร้างสวรรค์ให้เกิดขึ้นในจิตใจ


โครงการสื่อรณรงค์ AIDS กับ จริยธรรมทางเพศ ในสถานศึกษา
เป็นโครงการที่จัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เผยแพร่ให้รู้ความเข้าใจ
ในพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น ที่อาจเอื้อต่การแพร่ระบาดของโรคเอดส์
ดำเนินกิจกรรมสนลักษณะของการรณรงค์โดยใช้ ละครเร่ เรื่อง มาลัย มงคล
ซึ่งได้นำเอาบทสวดพระมาลัย ความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์มาผูกกับสถานการณ์
ของวัยรุ่นปัจจุบัน โดยเฉพาะทัศนคติและพฤติกรรมในเรื่องเพศ
มุ่งประเด็นการเห็นคุณค่า การให้เกียรติต่อตัวเอง และเพศตรงข้าม
และยังประกอบด้วย นิทรรศการเคลื่อนที่ และ กิจกรรมหลังการแสดง
เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรวบรวมข้อมูลปัจจุบันจากผู้ชม โครงการฯ
ได้ดำเนินกิจกรรมในโรงเรียนมัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา สถาบันราชภัฎ

ในเขตตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พิษฐาน...เอย



พิษฐาน...เอย

พิษฐาน...เอย มือหนึ่งลูกถือพาน พานเจ้าดอกดาวเรือง
ลูกเกิดมาอาภัพตกอับแสนฝืดเคือง
โอ้อนาถหนอชาวนาไร้วาสนาจะรุ่งเรือง
ฟ้าผนแห้งแล้งหาย ลูกหญิงชายหนีไปเมือง
อกแผ่นดินกำศรวลวิปริตผิดผวนอยู่เนืองเนืองง
ใครเขาจะเห็นใจคนยากไร้ต่ำค่าเวลาเปลือง
เป็นชาวนาเลี้ยงแผ่นดิน เขาหยามหมิ่นให้แค้นเคือง
แม่โพสพเจ้าขาลูกขอลาไปสู่เมือง
พิษฐาน...เอย วอนไหว้ลูกขาไปตายเอาดาบหน้า
(แล้วนะเจ้าข้า...เอย) ขอเนรมิตให้เป็นดั่งพิษฐาน...เอย


ละครเรื่องนี้กล่าวถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรม
เป็นอุตสาหกรรมใหม่อย่างรวดเร็วกระทันหัน การพัฒนาแบบรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพ
และเมืองใหญ่ ส่งผลให้เกษตรกรพากันอพยพแรงงานเข้าสู่เมือง
ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด สถาบันครอบครัวอ่อนกำลังอ่อนลง เด็ก วัยรุ่นไร้ทิศทาง
คบกลุ่มเพื่อน และตกเป็นเหยื่อจากสื่อโฆษณา และระบบทุนนิยม
มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ขายร่างกาย เพื่อแลกกับความสุขที่ฉาบฉวย เช่น
เครื่องแต่งกายราคาแพง ฯลฯ และบางคนต้องติดเชื้อ HIV ที่สังคมทั่วไปปฏิเสธ

เจ้าลอหล่อล้ำ In Japan


เจ้าลอหล่อล้ำ In Japan

เจ้าลอหล่อล้ำ



เจ้าลอหล่อล้ำ

เป็นหนุ่มใหย่วัยฉกาจ
อาจราญรอน นามกรว่า
“ เจ้าลอ หล่อล้ำ”
เพียงเจ้ามีสติมั่น
เราจะอยู่คู่ฟันมิเลือนหาย
อุปสรรคจะทลายฟ่ายพ้นพาน


ในปัจจุบันมีเยาวชนจำนวนมา ที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด
เนื่องจากสาเหตุต่างๆ มากมาย เช่น มีปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
ปัญหาครอบครัวแตกแยก ปัญหาความไม่เข้าใจของผู้ปกครอง
แรงยั่วยุจากเพื่อหรือสื่อต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านั้นก็ยังเป็นปัญหาภายนอก
แต่สาเหตุที่สำคัญยิ่งที่สุด ก็คือ ตัวของเยาวชนเอง
ซึ่งถ้าหากตัวของพวกเขามีความกล้าหาญ มีความมั่นคงในตัวเอง
ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุภายนอก ก็จะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงยาเสพติดได้
จากจุดนี้ มะขามป้อมได้เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน
และได้เล็งเห็นโทษของยาเสพติด จึงได้จัดทำสื่อละครขึ้นมา
เรื่อง เจ้าลอ หล่อล้ำ ขึ้นเพื่อต้องการให้เยาวชนมีแนวทางการปฏิบัติตนเอง
หรือเป็นทางเลือกในการตัดสินใจด้านงหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้ทางหนึ่ง
นอกจากนี้ยังได้จัดทำ วีดีโอ การแสดงชุดนีขึ้น
เพื่อเผยแพร่แก่องค์กรที่รณรงค์เกี่ยวกับปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ

ศรัทธามหาชนก 2



ศรัทธามหาชนก 2
Mahajanok Never say die II
ในปี พ.ศ.2549 เป็นปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองศิริราชสมบัติ

ครบ 60 ปี และด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
พระราชนิพนธ์ผลงานทางวรรณกรรมมากมาย รวมทั้งเรื่อง “ พระมหาชนก”
พุทธชาดกของไทยให้กลับฟื้นคืนชีพชีวิตและได้ให้แง่คิดแก่ประชาชนชาวไทยอย่างถ้วนหน้า
ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ทางมูลนิธิ น้อมนำพุทธชาดก เรื่อง “ พระมหาชนก”
มาจัดทำการแสดงในรูปแบบละครร่วมสมัย
“ พระมหาชนก” กษัตริย์หนุ่มผู้แหวกว่ายในมหาสมุทรา ถึง 7 วัน

โดยไม่ลดละมานะแม้มองไม่เห็นฝั่งอะไร คือ ศรัทธาที่ “ พระมหาชนก”
ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรมในครั้งนั้น
ศรัทธามหาชนก Mahajanok Never say die II ” เป็นผลงานละคร
ที่บอกเล่าประสบการณ์การทำงานของมะขามป้อมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้
พื้นที่ประสบภับสึนามิ และศูนย์ผู้ลี้ภัยไทยพม่า ผ่านแก่นสาระ ความเพียร
พยายามของมนุษย์เพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้ปัญหาต่อไป

ศรัทธามหาชนก 3 Australia



ศรัทธามหาชนก (Australia)
Mahajanok Never say die III [Australia]

ลิเกอภิวัฒน์



ลิเกอภิวัฒน ศตวรรษปรีดีศรีอโยธยา
20 ปี มะขามป้อม 100 ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์

โดยการสนับสนุนของมูลนิธิจุมภฎ-พันธุ์ทิพย์ บริพัตร จากหน้าประวัติศาสตร์
สู่เวทีศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ถ่ายทอดวิญญาณสามัญชน คนเล็กคนน้อยผู้แน่วแน่
ในอุดมคติ ครั้งแรกที่สถาปัตยกรรมเก่าแก่ของพิพิฐภัณฑ์วังสวนผักกาด
เปิดโอกาสเป็นฉากลิเกอันอลังการ ในวาระเฉลิมฉลอง 100 ปี รัฐบุรุษอาวุโส
นายปรีดี พนมยงค์ และ 20 ปี กลุ่มละครมะขามป้อม ร่วมกับกลุ่มดินสอสี
โดยความสนับสนุนของมูลนิธิจุมภฎ-พันธุ์ทิพย์ บริพัตร มูลนิธิเด็ก และมูลนิธิโกมลคีมทอง
จึงได้จัดการแสดงลิเกอภิวัฒน์ ศตวรราปรีดีศรีอโยธยาขึ้น
ด้วยความมุ่งหวังที่จะผสมผสานวัฒนธรรมพื้นบ้านเก่าแก่ของไทย กับศิลปะร่วมสมัย
บรรจงถ่ายทอดเรื่องราว ชีวิต จิตใจของสามัญชน ผู้เปิดหน้าใหม่ให้กับประวัติศาสตร์
ผ่านอุปสรรคการต่อสู้ทั้งทางการเมือง ความคิด และวามรู้สึดขัดแย้งภายในการตัดสินใจ
ความสำเร็จ ความล้มเหลว ชัยชนะ ความพ่ายแพ้ ความรักความเกลียดชัง มิตรภาพ
การหักหลัง ความหวังและการรอคอย โดยยึดขนบการแสดงลิเกทรงเครื่อง
เครื่องแต่งกายเต็มรูปแบบ เรื่องราวทุกรสชาด รักสุขทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตา
ฉากการต่อสู้ชิงไหวพริบ การร่ายรำขับร้อง และดนตรีไทยบรรเลงสด ๆ ตามแบบดั้งเดิม
ประยุกต์กับเทคนิคการละครสมัยใหม่ กระชับ เร้าใจ
เพื่อมอบความสนุกสนานรื่นรมย์ และคติธรรมอันเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนโดยทั่วไป

ลิเกพระทองนางนาก



ลิเกพระทองนางนาก (ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร)
การแสดงลิเก “ พระทอง- นางนาค” ตำนานการสร้างเมืองกัมพูชาในครั้งนี้

เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษา ละครพื้นบ้านเอเชียและความเชื่อเรื่องนาคเพื่อ
จรรโลงความสัมพันธ์เหล่าชนชาติร่วมลำน้ำโขง
โดยมูลนิธิสื่อชาวบ้านหรือกลุ่มละครมะขามป้อมเป็นผู้ผลักดันและดำเนินงาน
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือของศิลปินลิเกพื้นบ้าน
ศิลปินราชสำนักแบบแผน และศิลปินร่วมสมัยในงานลิเกอย่างสร้างสรรค์
เพื่อเผยแพร่ความคิดเรื่องเครือญาติชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์
และเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีแห่งการดำเนินงานของกลุ่มละครมะขามป้อม
โครงการนี้มีแผนงานให้จัดแสดงลิเกขึ้น 3 ครั้ง ครั้งแรกที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิริน ธร
ครั้งที่สอง ณ ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ครั้งสุดท้าย...

ละครร้อง ตุ๊กกะตายอดรัก



"ตุ๊กกะตายอดรัก"
ด้วยเรื่องราวง่าย ๆ ที่คาดเดาเรื่องได้เช่นเดียวกับละครโทรทัศน์
อาจจะทำให้ตุ๊กตายอดรักเป็นละครที่ถูกมองข้ามไปได้ง่าย ๆ
แต่ความจริงแล้ว ละครกลับเต็มไปด้วยคุณค่าที่งดงามยิ่ง
ของศิลปการแสดงของไทยรวมทั้งการแสดงความฉลาดทางความคิดอย่างสูง
ในการสร้างโปรดักชั่นที่มีคุณภาพด้วยองค์ประกอบที่เพียงพอ
แทนที่จะฟุ่มเฟือยและรุงรัง ทำให้ผู้ชมได้รับอรรถรสของละคร
อย่างเพลิดเพลินการแสดงที่เต็มไปด้วยศิลปะที่ยากแก่การลืมเลือน

และน่าเสียดายหากจะให้มันถูกมองข้ามและสูญหายไปในอนาคต

ละครร้อง ศรีบูรพา



อิสรชนคนดี ศรีบูรพา
การแสดงละครร้อง ศรีบูรพา อันเป็นการแสดงรูปแบบหนึ่งที่เชื่อมโยงศิลปิน
และผู้ชมหลายหลายวรรณะ เฉกเช่นงานของ “ ศรีบูรพา”
ที่โยงใยความงามทางวรรณศิลป์กับความเป็นไปของสังคม จึงจัดการแสดง “ ละครร้อง”
ขึ้นโดยประยุกต์รูปแบบการแสดงและเนื้อหาเพื่อให้คนปัจจุบันได้รับรู้ถึงประวัติและผลงาน
ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) รวมทั้งเกิดความชื่นชมและภาคภูมิใจใน

ศิลปการแสดงของไทยในวาระเฉลิมฉลอง 100 ปี
นักเขียนผู้เลื่องชื่อลือนาม กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา)
และ 25 ปี กลุ่มละครมะขามป้อม ทางกลุ่มฯ จึงร่วมกับคณะกรรมการจัดงาน
จัดการแสดงละครร้อง เรื่อง “ อิสรชน” ขึ้นด้วยความมุ่งหวังที่จะผสมผสาน
รูปแบบการแสดงละครร้อง รวมทั้ง เพลงละครร้องที่นับวันจะสูญหาย
กับศิลปการแสดงร่วมสมัย บรรจงถ่ายทอดเรื่องราว ชีวิต จิตใจของ “ ศรีบูรพา”
ผู้ถือคมปากกายืนหยัดต่อสู่เพื่อเอกราช ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ
และความถูกต้องเป็นธรรมในสีงคม ผ่านอุปสรรคการต่อสู้ทั้งทางการเมือง
ความคิด และการตัดสินใจ ความสำเร็จ ความล้มเหลว ชัยชนะ ความพ่ายแพ้
ความรักความเกลียดชัง มิตรภาพ การรอคอย
โดยจะเขียนบทละครร้องเรื่อง “ อิสระชน” ขึ้นใหม่
ที่ดำเนินเรื่องด้วยทำนองเพลงละครร้องซึ่งศิลปินได้สร้างสรรค์
สืบอดกันมาแต่ปลายรัชกาลที่ 5 ประยุกต์กับเทคนิคการละครสมัยใหม่
เพื่อมอบความรื่นรมย์ อุดมการณ์ และเกียรติคุณของ “ ศรีบูรพา”
อันเป็นประโยชน์แก่สาธราณชนโดยทั่วไป

ผลงานการอบรม

งานอบรม


โครงการการเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ปี 2
ละครการศึกษา "เรื่องนี้วินาทีเดียว" พ.ศ.2549



โครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจ ให้กันและกัน ปี 2 พ.ศ.2549



โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ ปี 2 พ.ศ.2549



โครงการการเรียนรู้เรื่องเอดส์ผ่านกิจกรรมละคร ปี 1
ละครการศึกษา "เรื่องนี้วินาทีเดียว" พ.ศ.2548



โครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจ ให้กันและกัน ปี 1พ.ศ.2548



โครงการสันติวิธีในวิถีชุมชน พ.ศ.2548



ค่ายหนอนหนังสือ พ.ศ.2548-2549



โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ ปี 1 พ.ศ.2547


สงครามในแง่งาม พ.ศ.2546









ผลงานการแสดง,งานอบรม

ผลงานการแสดง


ผลงานอบรม

โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ 1



โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อปี 1 2547
โครงการวัยมันส์ เท่าทันสื่อ โดยกลุ่มละครมะขามป้อม
ร่วมกับโครงการการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาพ ภายใต้การสนับสนุนของ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นโครงการนำร่อง
ที่มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 7 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2547 จนถึง
เดือนกันยายน 2547 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักถึงอิทธิพล
ของสื่อโฆษณาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
และส่งเสริมให้นักเรียนสามารถผลิตสื่อเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขยายแนวความคิด
เรื่องความรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาพภายในโรงเรียนได้ รวมถึงการสร้างความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องสื่อ พร้อมทั้งเฝ้าระวังสื่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อที่ส่งเสริมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม
อันจะนำไปสู่การพัฒนาและสร้างเสริมสุขภาวะต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมาย
คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่
โรงเรียนบางมดวิทยา(สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์)
โรงเรียนศรีพฤฒา
โรงเรียนกุหลาบวัฒนา
โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก

โครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจให้กันและกัน 2



โครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจ ให้กันและกัน ปี 2 2549/2006
จากการประชุมของกลุ่มเครือข่ายองค์กรทำงานด้านเด็กและเยาวชนในพื้นที่ประสบภัยสึนามิ
ทำให้แต่ละองค์กรพร้อมที่จะเกื้อหนุนงานซึ่งกันและกัน
อีกทั้งยังจะช่วยเสริมศักยภาพของคนทำงานให้กันอย่างต่อเนื่อง
มูลนิธิสื่อชาวบ้าน(มะขามป้อม) เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ถูกคาดหวังจากเพื่อนสมาชิกองค์กร

เครือข่าย ให้เข้าไปช่วยเสริมศักยภาพคนทำงานเพราะหลายองค์กรเจ้าหน้าที่
และอาสาสมัครยังต้องการเพิ่มทักษะและเครื่องมือทำงานกับเด็กและเยาวชน
ในปี 2549 นี้ Save the Children UK
คงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่ยังต้องฟื้นฟูและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ประสบภัยสึนามิ
จึงได้สนับสนุนงบประมาณผ่านมูลนิธิ-สื่อชาวบ้าน(มะขามป้อม)
เพื่อดำเนินโครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจ ให้กันและกัน ปี 2
Rebuilding Community Through Theatre Project#2
โดยมุ่งพัฒนาเยาวชนให้เรียนรู้ประเด็นปัญหาในชุมชนของตน
ผ่านกระบวนการละครและหนุนเสริมศักยภาพคนทำงานกลุ่มเครือข่ายองค์กรทำงานด้านเด็ก

และเยาวชนไปพร้อม ๆ กัน

โครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจให้กันและกัน 1



โครงการร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจ ให้กันและกัน ปี 1 2548/2005
เหตุการณ์แผ่นดินไหวในหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนิเซีย
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติครั้งร้ายแรงนั่นคือ เกิดคลื่นยักษ์ “ สึนามิ”
ซัดถล่มพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้แถบชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย
ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล
ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลได้รับความเสีย
หายครั้งยิ่งใหญ่ทั้งชีวิต และทรัพย์สิน รวมทั้งทรัพยกรธรรมชาติก็ได้ถูกทำลาย
วิถีชีวิตที่เคยชื่นสุข เรียบง่ายของชาวประมง ได้สูญหายไปพร้อมกับคลื่นยักษ์ “ สึนามิ”
หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรสาธารณะกุศลต่าง ๆ
ได้เขามาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในทุก ๆ ด้าน พร้อมทั้งฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ
ผู้ประสบภัยให้กลับมาสูสภาวะปกติ
องค์กร Save the Children UK เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม
ในการฟื้นฟูช่วยเหลือพัฒนาชุมชนผู้ประสบภัยพิบัติ
โดยสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมผ่านมูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)
เพื่อดำเนินโครงการ “ ร้อยคลื่นศิลป์ ร้อยคลื่นใจ ให้กันและกัน”
(Rebuilding Community Through Theatre Project )
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและชุมชน
ให้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง ของการมีชีวิตอยู่ และมุ่งพัฒนาศักยภาพของตนเอง
อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแปรเปลี่ยนไปเป็นขุมพลังในการเสริมสร้าง “ ชุมชนเข้มแข็ง”
และให้มีศักยภาพ ในการจัดการปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และในขณะเดียวกันก็สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างเท่าทันและสมดุล
โดยใช้กระบวนการละครเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สำหรับเยาวชนในเรื่องสุขภาวะของชุมชน
และเยาวชนสมารถผลิตสื่อละครเพื่อใช้ในกระบวนการสื่อสารเรื่องสุขภาวะของชุมชนได้


ลิเก 3 ชาติ นาคะวงศ์



นาคะวงศ์
นาค เทพงูศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวเอเชีย วัฒนธรรมความเชื่อว่า
ชาวเอเชี่ยนนั้นถือกำเนิดมาจากวงศ์เผ่าพันธ์นาค ความเชื่ออันแรงกล้านี้
ยังดำรงอยู่ตามลุ่มน้ำโขง ทั้งจีน กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียตนามเรื่องนาคที่ว่านี้เอง
ที่เป็นแรงบันดาลใจให้งานร่วมผลิตกันชิ้นนี้ โดยนำมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น
เพื่อให้มีเนื้อหาตอบรับกับความเป็นลุ่มน้ำโขงนาคะวงศ์ งานละครพื้นบ้านร่วมผลิตกันนี้
ได้ยึดโครงเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ เรื่องนาคเป็นหลัก ในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์
ของชนในลุ่มน้ำโขงนาคะวงศ์ งานทดลองประยุกต์เอาตำนานเรื่องนาคมาทำเป็นเรื่องราว
ร่วมกันผลิตโดยศิลปิน กัมพูชา ลาว และไทย ซึ่งมีความคล้ายคลึงทางด้านการแสดงทางนาฎศิลป์
คีตศิลป์ โดยนำยี่เกของกัมพูชา ลำเรื่องของลาว และลิเกของไทยซึ่งล้วนแต่เป็น
การแสดงเชื่อมแคว้นถิ่นนี้ไว้ด้วยกัน การแสดงที่จัดขึ้นในครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
จะทำให้เกิดการร่วมทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม ในเรื่องที่เชื่อมโยงกัน
ด้วยความเชื่อเรื่องนาคและการแสดงพื้นบ้านในสังคมร่วมสมัย

ศรัทธามหาชนก 1 2548



ศรัทธามหาชนก
Mahajanok Never say die

“ ศรัทธาของมนุษย์อาจไพศาลกว่าห้วงจักรวาลนัก” จากพุทธชาดก สู่เรื่องราวการต่อสู้ชีวิต

ของผู้ประสบภัยในภาคใต้ของไทย พัฒนาบทละครจากข้อมูลการสำรวจ
และอบรมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ นำเสนอผ่านลิเกสองภาษาและการแสดงสื่อผสม
“ พระมหาชนก” กษัตริย์หนุ่มผู้แหวกว่าอยู่ในมหาสมุทรถึง 7 วัน

โดยไม่ลดละมานะที่จะเอาชีวิตรอด แม้นจะมองไม่เห็นฝั่ง อะไรคือศรัทธาที่ “ พระมหาชนก”
ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรมในครั้งนั้น
“ สึนามิ” มิใช่จุดจบ หากเป็นจุดิร่มของเรื่องราวมากมายเกินกว่าเราจะคาดคิด

สิ่งใดเล่าจะหนุนเนื่องศรัทธาให้ชีวิตดำรงอยู่ แม้คลื่นอันมองไม่เป็นเหล่านั้นยังมีหยุดสาดซัด

ลิเกเมืองห่อหมก



ลิเกร่วมรำลึก 30 ปี
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 2519 "เมืองห่อหมก"
ตั้งใจไว้ว่าจะให้ลิเกเรื่องนี้สะท้อนความเป็น “ ลิเก๊ ลิเก”
ของสังคมไทยให้เห็น ให้ดูขำ ๆ
หากใครคิดก็จะได้มากกว่าแค่ขำ
แต่คนไหนคิดมากไปอาจนอนไม่หลับ

และอาจพาลเลิกกิจ “ ห่อหมก” ไปเลยก็ได้

ผลงานการแสดง

การแสดง
ลิเก ลิขิตนาคา เทศกาลละครกรุงเทพ 2550 (มะขามป้อมสตูดิโอ)

หุ่นเงา แสงสว่างจากประภาคาร พ.ศ.2550 (มะขามป้อมสตูดิโอ)
สะพานควาย My love พ.ศ.2550 (มะขามป้อมสตูดิโอ)


ศรัทธามหาชนก ทัวร์ประเทศออสเตรเลีย พ.ศ.2550


ลิเกเมืองห่อหมก ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พ.ศ.2549

ศรัทธามหาชนก 2 ศูนย์สังคีตศิลป์ พ.ศ.2549

ละครร้อง อิสรชน คนดี ศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พ.ศ.2549

ศรัทธามหาชนก 1 เทศกาลละครกรุงเทพ 2548
ลิเก พระทองนางนาก ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร พ.ศ.2548
ลิเก 3 ชาติ นาคะวงศ์ สยามสมาคม พ.ศ.2548
ละครเพลงนิทาน ซิมโฟนี่ หุ่นเงา ตะวัน พระจันทร์ ดวงดาว พ.ศ.2548

ละครร้อง "ตุ๊กกะตายอดรัก" เทศกาลละครกรุงเทพ 2547

เหลียวหลัง แลหน้า ตุลง ตุลา พ.ศ.2544

ลิเกอภิวัฒน์ ศตวรรษปรีดี ศรีอโยธยา พ.ศ.2544
เจ้าลอ In Japanพ.ศ.2544

มาลัยมงคล พ.ศ.2539-2540

เจ้าลอหล่อล้ำ พ.ศ.2537

พิษฐาน...เอย ปี พ.ศ.2536-2537












































โปสเตอร์


ลิเกแนวทดลอง "ลิขิตนาคา" เทศกาลละครกรุงเทพ 2550


หุ่นเงา "แสงสว่างจากประภาคาร" 6-7 ตุลาคม 2550



ละครทดลอง อาสาสมัครมะขามป้อม กันยายน 2550

ละครเพลงลูกทุ่ง "สะพายควาย My Love" มิถุนายน 2550

มหาชนก - Never Say Die ภาค 2 (ออสเตรเลีย)


โครงการวัยมันส์เท่าทันสื่อ ปี 2


จันทโครพ

ความฝันของทิฟฟานี่ ณ บ้านเกิด


มาลัยมงคล

ลิเกอภิวัฒน์ 2544